คณะแพทยศาสตร์ มก. ร่วมติดตามทิศทางสุขภาพไทย ในงานประชุมวิชาการภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2569

โครงการเสริมสร้างศักยภาพการศึกษาดัชนีภาระโรคแห่งประเทศไทย ภายใต้มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ จัดงานประชุมวิชาการภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประเทศไทย พ.ศ. 2569 ในหัวข้อ “มองอนาคตสุขภาพคนไทยผ่านข้อมูลภาระโรคและปัจจัยเสี่ยง” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น

การประชุมครั้งนี้เป็นการเปิดเผยผลการศึกษาภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย (ข้อมูลปี พ.ศ. 2565) ซึ่งวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงครอบคลุม 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการประกอบอาชีพ, ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม and ปัจจัยเสี่ยงกลุ่มเมตาบอลิก (Metabolic Risk Factors)

1. ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (Premature Mortality)

  • เพศชาย: อันดับ 1 ความดันโลหิตสูง | อันดับ 2 บุหรี่และยาสูบ | อันดับ 3 ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน
  • เพศหญิง: อันดับ 1 ความดันโลหิตสูง | อันดับ 2 ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน | อันดับ 3 ระดับน้ำตาลกลูโคสในพลาสมาสูง

2. ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นภาระโรคในมิติปีสุขภาพที่สูญเสียไป (DALYs)

  • เพศชาย: อันดับ 1 ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน | อันดับ 2 บุหรี่และยาสูบ | อันดับ 3 ความดันโลหิตสูง
  • เพศหญิง: อันดับ 1 ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน | อันดับ 2 ความดันโลหิตสูง | อันดับ 3 ระดับน้ำตาลกลูโคสในพลาสมาสูง

ข้อสังเกตสำคัญ: เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลปี พ.ศ. 2562 พบว่า “ปัจจัยเสี่ยงกลุ่มเมตาบอลิก” มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความสำคัญสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสังคมไทยทิศทางเชิงนโยบายเพื่อสุขภาพคนไทยในอนาคต


ปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ด้านมีความเชื่อมโยงและส่งผลกระทบซึ่งกันและกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การลดภาระโรคของประเทศไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนผ่าน มาตรการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงเชิงระบบ ครอบคลุมทั้ง:

  1. การส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion): สร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคล
  2. การปรับสภาพสิ่งแวดล้อม: สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี ทั้งในชุมชนและสถานที่ทำงาน
  3. นโยบายสาธารณะระดับประชากร: ดำเนินนโยบายเพื่อลดการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงในภาพรวมของประเทศ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมนำองค์ความรู้และข้อมูลเชิงประจักษ์ด้านภาระโรคเหล่านี้ ไปต่อยอดทั้งในด้านการจัดการศึกษาทางการแพทย์ การวิจัย และการสร้างสรรค์นโยบายเพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

Scroll to Top